ทำไมไม่ควรทำธุรกิจกับเพื่อนและญาติ? ถอดบทเรียนจากธุรกิจเจ๊ง

หน้าแรก » สมัครร่วมงาน » ทำไมไม่ควรทำธุรกิจกับเพื่อนและญาติ? ถอดบทเรียนจากธุรกิจเจ๊ง

บทเรียนจากธุรกิจฟาร์มไข่เป็ดไล่ทุ่ง... ถึงความจริงของการชวนเพื่อนและญาติร่วมลงทุน

ถอดบทเรียนจากความล้มเหลวของธุรกิจฟาร์มไข่เป็ดไล่ทุ่ง ทำไมการรับผิดชอบต่อความเชื่อใจของญาติและเพื่อน ถึงเปลี่ยนแนวคิดการทำธุรกิจไปตลอดกาล พร้อมข้อคิดสำคัญก่อนตัดสินใจชวนคนใกล้ตัวมาร่วมลงทุนในธุรกิจ

บทเรียนธุรกิจฟาร์มไข่เป็ดไล่ทุ่ง ทำไมผมถึงเลิกชวนคนรู้จักมาร่วมลงทุน

มีเรื่องหนึ่งที่ผมไม่ค่อยเล่าให้ใครฟัง แต่ผมคิดว่าวันนี้ถึงเวลาที่จะพูดมันออกมาตรงๆ เพื่อเป็นวิทยาทานและบทเรียนสำคัญให้กับใครหลายคนที่กำลังคิดจะสร้างธุรกิจร่วมกับคนที่ตัวเองรัก

จุดเริ่มต้นของความฝัน: ธุรกิจฟาร์มไข่เป็ดไล่ทุ่ง

ย้อนกลับไปหลายปีก่อน... ผมเคยชวนญาติ พี่น้อง และเพื่อนสนิทบางคนมาร่วมทำ ธุรกิจฟาร์มไข่เป็ดไล่ทุ่ง ในวันนั้น ผมเชื่อมั่นอย่างเต็มหัวใจว่า สิ่งที่ผมกำลังลงมือทำจะสามารถสร้างอนาคตที่ดีและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับทุกคนได้ ผมอยากให้คนที่ผมรักมีชีวิตที่ดีขึ้น และคิดว่า "ถ้าเราช่วยกัน เราจะไปถึงฝั่งฝันด้วยกันอย่างแน่นอน"

แต่สุดท้าย... ความจริงของโลกธุรกิจไม่ได้สวยงามเช่นนั้น พวกเราทำไม่สำเร็จ

เมื่อธุรกิจล้มเหลว: ผู้นำที่ดีจะไม่ใช้ "โควิด" เป็นข้ออ้าง

หลายคนอาจจะบอกว่า ช่วงเวลาที่ธุรกิจเผชิญปัญหานั้นเป็นเพราะวิกฤตโควิด-19 และสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ทั่วโลก ใช่ครับ... โควิดเกิดขึ้นจริง แต่ในวันนี้ผมไม่อยากยกเอาโควิด ปัจจัยภายนอก หรือโชคชะตามาเป็นข้ออ้างเพื่ออธิบายให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น หรือเพื่อปัดความรับผิดชอบพ้นตัว

เพราะความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่สุดคือ... ผมคือคนที่เริ่มชวนทุกคนเข้ามาเสี่ยง

ในฐานะคนที่เป็นผู้นำและเป็นคนต้นคิด ผมควรเป็นคนรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ดังนั้น ถ้าจะให้ผมสรุปเหตุผลของความล้มเหลวในครั้งนั้นออกมาสั้นๆ เพียงประโยคเดียว ผมพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่า:

"วันนั้น... ผมยังเก่งไม่พอที่จะพาทุกคนไปถึงฝั่งฝัน"

ประโยคนี้พูดยากและเจ็บปวดมากครับ แต่ผมเต็มใจยอมรับมัน เพราะ การยอมรับความจริงอย่างตรงไปตรงมา ทำให้เราเติบโตและพัฒนาตัวเอง ได้มากกว่าการมัวแต่หาข้อแก้ตัวให้ตัวเองพ้นผิด

จุดเปลี่ยนความคิด: เสี่ยงเอง ล้มเอง เจ็บเอง

ตั้งแต่วันที่ธุรกิจฟาร์มไข่เป็ดไล่ทุ่งต้องปิดตัวลง วิธีคิดในการทำธุรกิจของผมก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงตลอดชีวิต ผมยังคงมีความฝัน มีความทะเยอทะยาน และอยากสร้างสิ่งใหม่ๆ เพื่อสร้างคุณค่าให้กับผู้คนอยู่เสมอ แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปอย่างถาวรคือ ผมจะไม่ชวนใครมาร่วมเสี่ยงกับความฝันของผมอีกแล้ว

ไม่ใช่เพราะผมไม่เชื่อใจในตัวผู้อื่น แต่เป็นเพราะผม "กลัว" กลัวว่าหากวันใดวันหนึ่งผมก้าวพลาด ความคาดหวังและเงินทองของคนที่เชื่อใจผม จะต้องจมหายไปพร้อมกับความผิดพลาดของผมด้วย

วันนี้ แนวคิดการลงทุนของผมชัดเจนมาก:

  • ถ้าจะลงทุน... ผมขอลงทุนเอง
  • ถ้าจะเสี่ยง... ผมขอเสี่ยงเอง
  • ถ้าจะล้ม... ผมก็ขอเจ็บและล้มด้วยตัวเอง

อย่างน้อยที่สุด ความเสียหายและความผิดพลาดทั้งหมดจะจบลงที่ตัวผมคนเดียว โดยไม่ต้องลากใครที่เรารักมาเสียโอกาส เสียเวลา หรือเสียทรัพย์สินเพราะความฝันของเราอีกต่อไป

ทำไมวันนี้ผมถึงเลือก "ส่งมอบความรู้" แทนการชวนลงทุน?

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมทุกวันนี้ผมถึงเลือกหันมาสร้างคอร์สเรียน เขียนหนังสือ และแบ่งปันความรู้ต่างๆ มากกว่าการระดมทุนหรือชวนคนรู้จักมาร่วมหุ้นทำธุรกิจเหมือนในอดีต?

คำตอบนั้นง่ายและจริงใจที่สุดครับคือ... ผมอยากส่งมอบ "ความรู้" ไม่ใช่ชวนคนมารับ "ความเสี่ยง"

เนื่องจาก ความรู้และทักษะ คือสิ่งที่ไม่ว่านำไปใช้แล้วจะสำเร็จในทันทีหรือไม่ มันจะยังคงเป็นสินทรัพย์ติดตัวเขาไปตลอดชีวิต ไม่มีวันขาดทุน แต่ในทางกลับกัน การชวนคนมาร่วมลงทุนทำธุรกิจร่วมกัน หากวันหนึ่งมันพังทลายลง สิ่งที่สูญเสียไปอาจไม่ใช่แค่เรื่องตัวเงิน แต่มันมักจะพ่วงเอาความเชื่อใจ มิตรภาพ และสายใยความสัมพันธ์ที่สร้างกันมาหลายปีให้แตกหักลงไปด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าจนไม่สามารถประเมินเป็นมูลค่าได้

สะท้อนมุมมองกลับกัน: เมื่อเราเป็นฝ่ายถูกชวนทำ "ประกัน" หรือ "ขายตรง"

จากประสบการณ์ตรงที่ผมเคยเป็นคนชวนคนอื่น ทำให้ผมเข้าใจลึกซึ้งถึงความรู้สึกของคนรอบตัว และทำให้ผมเข้าใจในมุมกลับกันเช่นกัน เวลาที่มีญาติ พี่น้อง หรือเพื่อนสนิทติดต่อมาชวนทำประกันชีวิต หรือชวนทำธุรกิจขายตรง (MLM)

ก่อนอื่นผมต้องออกตัวก่อนเลยว่า ผมไม่เคยคิดว่าประกันหรือธุรกิจขายตรงเป็นสิ่งที่ไม่ดี ตรงกันข้าม ประกันคือเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่มีประโยชน์มหาศาลสำหรับคนที่มีความพร้อม และสินค้าขายตรงหลายอย่างก็มีคุณภาพดีเยี่ยม ใช้งานได้ผลจริง

แต่หัวใจสำคัญที่นักขายหรือตัวแทนมักจะมองข้ามไปก็คือ... สินค้าที่ดี ไม่ได้แปลว่าทุกคนมีความจำเป็นต้องซื้อในเวลานั้น

1. ความพร้อมทางการเงินและต้นทุนชีวิตที่ต่างกัน

ทุกคนมีภาระรับผิดชอบและสภาพคล่องทางการเงินไม่เท่ากัน บางคนมีรายได้ที่มั่นคง มีเงินเก็บออมฉุกเฉิน พร้อมจ่ายเบี้ยประกันได้สบายๆ โดยไม่กระทบชีวิตประจำวัน แต่ในขณะที่บางคนยังต้องดิ้นรนประคองชีวิตหาเงินเดือนชนเดือน

หากในวันที่เรายังไม่มีเงินเก็บ แล้วเราเลือกตัดสินใจซื้อประกันที่ต้องส่งเบี้ยต่อเนื่องยาวนานเพียงเพราะความเกรงใจ ทั้งที่รู้ว่าปีหน้าอาจจะส่งไม่ไหว นั่นไม่ใช่การวางแผนชีวิต แต่เป็นการสร้างภาระทางการเงินให้ตัวเอง

2. เส้นแบ่งที่พร่ามัวระหว่าง "ความไว้ใจ" กับ "ธุรกิจ"

สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดไม่ใช่เรื่องยอดขาย แต่คือการนำเอา "ความไว้ใจของเพื่อนและญาติ" มาเป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจ คนเราสร้างมิตรภาพกันมาเป็นสิบปี แต่สามารถสร้างความอึดอัดใจจนไม่อยากมองหน้ากันได้ผ่านบทสนทนาเพียงไม่กี่ครั้ง หากอีกฝ่ายรู้สึกว่าคำว่า "ไม่พร้อม" หรือ "ไม่สนใจ" ไม่ได้รับการเคารพอย่างแท้จริง

บ่อยครั้งที่ยอดขายของตัวแทนอาจจะเพิ่มขึ้น แต่ความสัมพันธ์ส่วนตัวกลับค่อยๆ ลดลงโดยไม่รู้ตัว จนทำให้ทุกครั้งที่โทรหาหรือส่งข้อความมา อีกฝ่ายต้องแอบคิดในใจด้วยความระแวงว่า "วันนี้จะมีอะไรมาเสนอขายอีกหรือเปล่า"

"เรายังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมนะ แต่ขออย่างเดียว... อย่าคุยกับผมสองเรื่อง คือเรื่องประกัน และเรื่องขายตรง"

ประโยคนี้ไม่ใช่เพราะผมไม่เห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านั้น แต่เพราะผมอยากรักษามิตรภาพของเราไว้ให้ยาวนานที่สุด อยากให้เวลาที่เราเจอกันเป็นการถามสารทุกข์สุขดิบ หัวเราะร่วมกัน หรือช่วยเหลือกันในวันที่ลำบากใจจริงๆ โดยไม่มีเรื่องของผลประโยชน์แอบแฝงเข้ามาเกี่ยวข้อง

บทสรุป: มิตรภาพและสายใยครอบครัว แตกหักแล้วยากจะเหมือนเดิม

การทำธุรกิจ การขายประกัน หรือการขายตรง ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายหรือเรื่องน่ารังเกียจ แต่อาชีพเหล่านั้นต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพการตัดสินใจของอีกฝ่ายด้วย บางครั้งการยอมรับคำว่า "ไม่" ด้วยรอยยิ้มและความเข้าใจ อาจรักษามิตรภาพและพันธมิตรในชีวิตไว้ได้ยาวนานกว่าการพยายามตื๊อเพื่อปิดการขายให้สำเร็จ

สำหรับผมแล้วกฎเหล็กที่ได้เรียนรู้มาคือ เพื่อนคือเพื่อน ญาติคือญาติ และลูกค้าคือลูกค้า เมื่อไหร่ก็ตามที่บทบาททั้งสามนี้เริ่มปะปนกันโดยขาดความระมัดระวัง สิ่งที่เสียไปอาจไม่ใช่แค่ยอดขายในเดือนนั้น แต่มันคือความสัมพันธ์และความเชื่อใจที่ใช้เวลาสร้างมาทั้งชีวิต

"ธุรกิจสร้างใหม่เมื่อไหร่ก็ได้... แต่มิตรภาพและสายใยของครอบครัว เมื่อแตกหักลงไปแล้ว บางครั้งใช้เวลาทั้งชีวิตก็อาจสร้างกลับมาให้สนิทใจเหมือนเดิมไม่ได้"

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) สำหรับคนทำธุรกิจกับคนใกล้ตัว

Q: หากต้องการปฏิเสธเพื่อนที่ชวนทำประกันหรือขายตรง ควรพูดอย่างไรดี?

A: ควรปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาด้วยความสุภาพและจริงใจ ชี้แจงขอบเขตความพร้อมทางการเงินของตนเอง และแจ้งความประสงค์อย่างชัดเจนว่าต้องการรักษามิตรภาพไว้ โดยขอเว้นบทสนทนาเรื่องธุรกิจเหล่านี้เมื่อพบเจอกัน

Q: การทำธุรกิจร่วมกับญาติพี่น้อง มีข้อควรระวังสูงสุดอย่างไร?

A: ข้อควรระวังสูงสุดคือ "การจัดทำข้อตกลงและสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นมืออาชีพ" และต้องแยกแยะเวลางานออกจากเวลาส่วนตัวให้เด็ดขาด ผู้นำต้องประเมินศักยภาพและความพร้อมรับความเสี่ยงของทุกคนก่อนเริ่มต้น

Q: เมื่อธุรกิจล้มเหลวและทำให้คนรอบตัวสูญเสียเงิน ควรรับมืออย่างไร?

A: ผู้นำต้องกล้ายืดอกยอมรับความผิดพลาดโดยไม่โทษปัจจัยภายนอก แสดงความจริงใจในการรับผิดชอบตามกำลังที่ทำได้ และยอมรับกระบวนการฟื้นฟูความเชื่อใจซึ่งต้องใช้เวลาอย่างมาก

ช่างแอร์ชื่อเฉิน & อาชีพเสริม

สายด่วนบริการ: รับซ่อม-ล้างแอร์เสียทุกอาการ และแนะนำโอกาสสร้างรายได้เสริมที่เหมาะสมกับคนที่สนใจทำ โดยไม่กระทบต่อ งานประจำ ของคุณอย่างแน่นอน

☎ ติดต่อสายด่วนได้ที่ลิงก์ด้านล่าง
(รับสายช่วงเวลา 06.00 - 21.00 น. ทุกวัน)

แอดไลน์ติดต่อสายด่วน

คุณได้รับคำเชิญให้เข้าร่วม "ช่างแอร์ชื่อเฉิน มอบรายได้รายวันสู่คนไทย สนใจอาชีพเสริมเข้ากลุ่ม" โปรดแตะลิงก์ด้านล่างเพื่อเข้าร่วมโอเพนแชทนี้

เข้าร่วม LINE OpenChat

พาดูที่ padootee อสังหาริมทรัพย์

NO.1 Real Estate Platform: รับงานรีวิวธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ทั่วประเทศไทย พร้อมบริการทำการตลาดขายออนไลน์ให้เข้าถึงคนไทยใน 195 ประเทศทั่วโลก

รับพันธมิตรร่วมทีมทุกจังหวัด รายได้สูง ใช้เวลาน้อย บริหารเวลาให้ถูก มีรายได้ตลอดชีวิต
สนใจลงโฆษณาติดต่อ: (รับสาย 06.00-21.00 น. ทุกวัน)

ติดต่อโฆษณา / สมัครทีมงาน

คุณได้รับคำเชิญให้เข้าร่วม "พาดูที่ padootee อสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท และมอบรายได้ให้คนไทยทุกคน" โปรดแตะลิงก์ด้านล่างเพื่อเข้าร่วมโอเพนแชทนี้

เข้าร่วมอสังหาฯ OpenChat
SEO Metadata & Search Categories:
Tags/Keywords: ปฏิเสธเพื่อนขายประกัน, เพื่อนชวนทำขายตรง, วิธีรักษามิตรภาพ, การวางแผนการเงิน, ซื้อประกันเมื่อพร้อม, ธุรกิจกับครอบครัว, ธุรกิจเจ๊ง, ทำธุรกิจกับเพื่อน, ทำธุรกิจกับญาติ, บทเรียนการทำธุรกิจ, ความล้มเหลว, ฟาร์มไข่เป็ดไล่ทุ่ง, การลงทุน, ภาวะผู้นำ, การรับผิดชอบ
Blogger Fullscreen View

คุณได้รับคำเชิญให้เข้าร่วม "ช่างแอร์ชื่อเฉิน"
โปรดแตะลิงก์ด้านล่างเพื่อเข้าร่วมโอเพนแชทนี้

🟩 คลิกที่นี่เข้ากลุ่มไลน์