แอร์พัดลมหมุนแต่คอมไม่ทำงาน เปลี่ยนแคปแอร์และแม็กเนติกแล้วยังเงียบ เช็คตรงไหนต่อ?
เปลี่ยนคาร์ปาซิเตอร์และแม็กเนติกแล้วแอร์ยังไม่เย็น คอมฯ นิ่งสนิท เกิดจากสาเหตุใด?
การที่เปลี่ยนแม็กเนติกและคาปาซิเตอร์ (แคปรัน) แล้วคอมเพรสเซอร์ยัง "เงียบสนิท" (ไม่มีเสียงครางหึ่งๆ ไม่มีอาการพยายามจะสตาร์ท หรือไม่มีกระแสไฟกระชากจนไฟตก) ปัญหานี้ส่วนใหญ่จะเกิดจาก "กระแสไฟฟ้าเดินไม่ครบวงจร" หรือ "วงจรภายในขาด" ครับ เพราะถ้าหากคอมเพรสเซอร์ล็อกหรือไม่มีแรงสตาร์ท ปกติจะมีเสียงครางหึ่งประมาณ 2-3 วินาทีแล้วตัด
สำหรับแอร์ระบบ Fixed Speed (ระบบธรรมดา) แนะนำให้ไล่เช็กตามจุดต่างๆ เรียงจากจุดที่เจอบ่อยที่สุดดังนี้ครับ:
1. ขั้วสายไฟที่หัวคอมเพรสเซอร์ไหม้หรือหลุด (พบเจอบ่อยที่สุด)
ให้ปิดเบรกเกอร์ให้สนิท แล้วถอดฝาครอบตัวนอกของคอยล์ร้อนออก จากนั้นไปเปิดฝาครอบพลาสติกเล็กๆ ที่อยู่บนหัวคอมเพรสเซอร์ (จะมีน็อตขันอยู่ 1 ตัว)
2. โอเวอร์โหลดโปรเทคเตอร์ (Overload Protector) ขาดหรือทริป
โอเวอร์โหลดคือตัวตัดวงจรเมื่อคอมเพรสเซอร์ร้อนจัดหรือกินกระแสเกิน
- หากเป็นโอเวอร์โหลดภายนอก: จะอยู่บนหัวคอมเพรสเซอร์ใกล้ๆ กับขั้วสายไฟ ให้ลองใช้คลิปแอมป์หรือมัลติมิเตอร์วัดความต่อเนื่อง (วัดเสียง/ย่านโอห์ม) ดูว่ามันขาดไหม ถ้าวัดแล้วไม่ขึ้นแสดงว่าเสีย ต้องเปลี่ยนตัวใหม่
- หากเป็นโอเวอร์โหลดภายใน (Internal Overload): จะฝังอยู่ข้างในตัวคอมเพรสเซอร์ ถ้าคอมเพรสเซอร์เพิ่งผ่านการทำงานหนักหรือร้อนจัดมา ตัวนี้จะตัดวงจรภายใน ทำให้วัดไฟยังไงคอมฯ ก็เงียบ วิธีแก้ไข: ต้องรอให้คอมเพรสเซอร์เย็นสนิทจริงๆ (อาจใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง หรือใช้น้ำราดตัวคอมฯ ช่วยให้เย็นลง) แล้วลองเปิดเครื่องใหม่อีกครั้ง
3. ตรวจสอบการเข้าสายคาร์ปาซิเตอร์ (แคปรัน) ตัวใหม่
ตรวจสอบดูว่าตอนที่เปลี่ยนคาปาซิเตอร์ตัวใหม่ ได้ต่อสายกลับไปถูกต้องหรือไม่ ถ้าเป็นแคปรวม (Dual Capacitor ที่มี 3 ขั้ว: C, HERM, FAN)
• สาย Run (R) จากคอมเพรสเซอร์ ต้องต่อเข้าขั้ว C
• สาย Start (S) จากคอมเพรสเซอร์ ต้องต่อเข้าขั้ว HERM
หากต่อสลับขั้ว หรือเสียบสายผิดฝั่ง ไฟจะไม่สามารถส่งไปกระตุ้นขดลวดสตาร์ทได้ ทำให้คอมเพรสเซอร์นิ่งเงียบ
4. วัดขดลวดคอมเพรสเซอร์ (Compressor Windings)
เพื่อความมั่นใจว่าคอมเพรสเซอร์ไม่ได้พังภายใน ให้ใช้มัลติมิเตอร์ตั้งย่านวัดโอห์ม (Ω) แล้ววัดที่ขั้วหัวคอมฯ ทั้ง 3 ขั้ว จับคู่จับวัดทีละคู่ (C-S, C-R, S-R)
- การอ่านค่า: ต้องมีค่าโอห์มขึ้นทั้ง 3 คู่ โดยค่าโอห์มของคู่ C-R + คู่ C-S จะต้องมีค่าใกล้เคียงกับคู่ S-R
- ถ้าคู่ไหนวัดแล้วเงียบ/ไม่ขึ้นเลย (ขึ้น OL หรือ Infinity): แสดงว่าขดลวดภายในขาด หรือโอเวอร์โหลดภายในยังไม่ต่อ วินิจฉัยได้ว่าคอมเพรสเซอร์เสียครับ
- เช็กคอมฯ ลงกราวด์หรือไม่: ลองเอาสายมิเตอร์เส้นหนึ่งจิ้มที่ขั้วคอมฯ และอีกเส้นจิ้มที่ผิวท่อทองแดง (ตรงที่ไม่มีสีพ่น) ค่าโอห์มต้องไม่ขึ้น ถ้าขึ้นแสดงว่าคอมเพรสเซอร์ช็อตรอบ/ลงกราวด์แล้วครับ
5. เช็กไฟหน้าสัมผัสของแม็กเนติก
คำว่า "พัดลมทำงาน" ในที่นี้ หากหมายถึง พัดลมคอยล์ร้อน (ตัวนอกบ้าน) หมุนทำงาน แสดงว่าคำสั่งไฟ 220V จากคอยล์เย็นส่งมาถึงแล้ว และแม็กเนติกดูดแล้ว
ให้ลองใช้มิเตอร์วัดแรงดันไฟ AC 220V ที่ขั้วขาออก (Output) ของแม็กเนติกที่วิ่งไปหาคอมเพรสเซอร์ ดูว่าตอนแม็กเนติกดูด มีไฟจ่ายออกไปเต็ม 220V จริงไหม บางครั้งแม็กเนติกตัวใหม่อาจจะดูด แต่แผ่นทองแดงหน้าสัมผัสภายในอาจจะไม่สนิท (แต่น้อยมากเพราะเพิ่งเปลี่ยน) หรือมีการเข้าสายไฟฝั่งขาออกผิดตำแหน่งครับ
และ รายได้เสริมเหมาะสมกับคนที่สนใจทำแล้วไม่กระทบงานประจำ
(รับสายช่วง 06.00-21.00 ทุกวัน)
ติดต่อสายด่วนแอร์เสียคุณได้รับคำเชิญให้เข้าร่วม "ช่างแอร์ชื่อเฉิน มอบรายได้รายวันสู่คนไทย สนใจอาชีพเสริมเข้ากลุ่ม" โปรดแตะลิงก์ด้านล่างเพื่อเข้าร่วมโอเพนแชทนี้
เข้าร่วมโอเพนแชทช่างแอร์ชื่อเฉิน| พาดูที่ | padootee | padootee NO.1 Real Estate
ขายออนไลน์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ให้คนไทย 195 ประเทศ ทั่วประเทศไทย
🤝 รับพันธมิตรเข้าร่วมทีมทุกจังหวัด รายได้สูง ใช้เวลาทำงานน้อย แบ่งเวลาให้ถูกก็มีรายได้ตลอดชีวิต
คุณได้รับคำเชิญให้เข้าร่วม "พาดูที่ padootee อสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท และมอบรายได้ให้คนไทยทุกคน" โปรดแตะลิงก์ด้านล่างเพื่อเข้าร่วมโอเพนแชทนี้
เข้าร่วมโอเพนแชทพาดูที่